เคล็ดลับบริหารเงินแบบผู้หญิง

เคล็ดลับการบริหารการเงินแบบผู้หญิง ผู้หญิง

   สาว ๆ เคยสังเกตกันไหมว่า รายรับและรายจ่ายในกระเป๋าของเราและเพื่อนสาว ๆ ด้วยกัน มีความแตกต่างกับเงินในกระเป๋าของหนุ่ม ๆ ไม่น้อยเลย ทำไมรายจ่ายของสาว ๆ ถึงได้มีมากมายเหลือเกิน นั่นเป็นเพราะว่าลักษณะนิสัยในการใช้เงินของผู้หญิงและลักษณะนิสัยการใช้เงินของผู้ชายมีความแตกต่างกันนั่นเอง สำหรับผู้ชายมักมีเหตุให้ต้องใช้เงินแตกต่างจากผู้หญิง ถ้าหากไม่นับผู้ชายในวัยที่ชอบเที่ยวกลางคืน หรือเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวของผู้ชาย ซึ่งต้องใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก พวกหนุ่ม ๆ ก็อาจจะมีบางคนที่หมดเงินในกระเป๋าไปกับงานอดิเรกที่ชอบ เช่น ค่าใช้จ่ายในการแต่งรถ หรือจักรยาน มอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ส่วนใหญ่แล้วค่าใช้จ่ายของผู้ชายมักจะจ่ายเป็นเงินก้อนใหญ่ ๆ และได้รับสิ่งของกลับมาเป็นชิ้นเป็นอันกว่าของผู้หญิง และของบางอย่างยังสามารถขายกลับเป็นเงิน หรือถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อขายต่อได้กำไรในอนาคตได้ด้วย เช่น นาฬิกา เป็นต้น

สำหรับสาว ๆ แล้วมักจะเสียเงินไปกับของประเภทจุกจิก เช่น ของแต่งตัว หรือของไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เมื่อต้องการจะขายเปลี่ยนเป็นเงินยามจำเป็นหรือไม่ต้องการใช้แล้ว ก็แทบจะขายไม่ได้ราคาเลย ดังนั้น เคล็ดลับในการบริหารเงินของผู้หญิงกับผู้ชายก็น่าจะมีความแตกต่างกันเช่นกัน หากเราได้รู้ถึงเคล็ดลับในการบริหารเงิน แบบผู้หญิง ผู้หญิง โดยเฉพาะเจาะจงก็คงจะดีไม่น้อย จะได้นำมาปรับใช้กับคุณสาว ๆ ให้มีเงินอู้ฟู่ในกระเป๋าและในบัญชีธนาคารไม่ขาดมือกัน

นิสัยการใช้เงินแบบผู้หญิง ผู้หญิง ช่างแตกต่างกับหนุ่ม ๆ ที่สาว ๆ ควรรู้

   สาว ๆ รู้ตัวกันบ้างไหมว่า ลักษณะการใช้เงินของสาว ๆ นั้นต่างจากหนุ่ม ๆ หลายอย่าง และเรามีปัจจัยหลายอย่างและเหตุหลายประการที่ทำให้ต้องควักเงินในกระเป๋าออกมาใช้บ่อยกว่าหนุ่ม ๆ ซึ่งชายหนุ่มมักไม่ค่อยชอบซื้อของบ่อย ๆ อย่างสาว ๆ เรามาดูกันว่ามีอะไรบางที่ สาว ๆ ใช้จ่ายมากกว่าหนุ่ม ๆ

อย่างแรก ของใช้ส่วนตัวจุกจิกเกี่ยวกับการแต่งตัว

   แน่ล่ะ ของใช้ของสาว ๆ ใคร ๆ ก็รู้ว่ามีมากกว่าหนุ่ม ๆ หลายรายการเป็นหางว่าวทีเดียว เช่น เครื่องสำอาง ครีมบำรุง วิตามิน ต่าง ๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เครื่องประดับมากมายหลายชนิด เช่น ต่างหู กิ๊บ สร้อย แหวน เข็มกลัด เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้หากว่าเราไม่ลองคิดให้รอบคอบและจัดระบบระเบียบให้กับตัวเอง สาว ๆ จะพบว่า เราซื้อของจุกจิกมาสะสมไว้เต็มบ้าน ในขณะที่บางชิ้น ก็ไม่เคยได้นำออกมาใช้ หรือบางชิ้นก็มีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับของที่มีอยู่แล้ว เมื่อใส่ไปก็แทบจะไม่เห็นความแตกต่างกันหากไม่สังเกตให้ดี สำหรับวิธีการบริหารค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อย่างง่าย ๆ ก็คือ ลองสำรวจของจุกจิกที่มี ประเภทเครื่องแต่งตัว ต่างหู กิ๊บต่าง ๆ แยกหมวดหมู่ เช่น สี สไตล์ วัสดุ ทีนี้เราก็จะรู้ว่าเรามีของแบบไหนบ้างมีทรง สี หรือรูปแบบใดแล้ว จะได้ไม่เผลอซื้อของลักษณะเดิมมาซ้ำ ๆ กัน สำหรับเครื่องสำอางลองเขียนที่บรรจุภัณฑ์บันทึกวันที่ซื้อ และเมื่อเราใช้จนหมด เราจะรู้ว่าเครื่องสำอางแต่ละชิ้นนั้นใช้ได้นานเท่าไหร่ อีกอย่างคือ เครื่องสำอางบางยี่ห้อหรือบางตัวอาจจะมีคุณสมบัติหรือประโยชน์ที่ซ้ำซ้อนกัน หากซื้อมาใช้ก็จะเป็นการฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ หรือเครื่องสำอางบางอย่าง มีราคาที่แพงกว่าเพราะชื่อของยี่ห้อ หรือดีไซน์บรรจุภัณฑ์ที่หรูหรา แต่ภายในและคุณสมบัติ สรรพคุณไม่ต่างกับยี่ห้ออื่นที่ถูกกว่าในท้องตลาด สาว ๆ ก็ควรลองพิจารณาและเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่ากว่า อย่าลืมว่าเครื่องสำอางเมื่อเราใช้ คนก็ไม่ได้รู้กันหรอกว่าเราใช้ยี่ห้อที่แพงกว่า แต่ให้เน้นที่ประสิทธิภาพและคุณภาพจะดีกว่า แค่นี้เราก็จะคุมงบประมาณในส่วนนี้ได้ด้วย

อย่างที่ 2 คือ ของใช้ที่จำเป็นในแบบของผู้หญิง

   เช่น ของใช้ส่วนตัวอย่างชุดชั้นใน ผ้าอนามัย หรือเสื้อผ้าที่ใส่ในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีมากกว่าของคุณผู้ชายอยู่แล้ว สำหรับการบริหารการเงินในส่วนนี้ สาว ๆ ลองเปรียบเทียบของที่ซื้อ เช่น ชุดชั้นใน ลองเลือกหาที่เป็นวัสดุที่ดีและใช้ได้ทนทานและนาน จะทำให้ประหยัดในระยะยาวและยังได้ใช้ของที่ดีใส่สบายและสวยอีกด้วย

ส่วนในเรื่องของเสื้อผ้า ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีแบบที่สามารถดัดแปลงใส่ได้ในหลายโอกาส หลากหลายสไตล์ เลือกซื้อในช่วงเวลาที่มีโปรโมชั่นพิเศษหรือลดราคาจะทำให้ได้ของดีในราคาที่ถูกกว่า เมื่อต้องไปซื้อตอนที่รีบร้อนจำเป็นต้องใช้ เสื้อผ้าบางแบบบางดีไซน์จะมีราคาแพงตอนที่คอลเลคชั่นออกใหม่เป็นที่นิยม ธรรมชาติของแฟชั่นมาเร็วและไปเร็วเสมอ ดังนั้น หากเรารีบซื้อเพื่อวิ่งให้ทันแฟชั่น นอกจากไม่มีวันวิ่งทันแล้ว เราก็จะเหนื่อยและเสียเงินไปกับตรงนี้มากเกินจำเป็นด้วย

ลองตั้งงบประมาณสำหรับส่วนนี้ไว้ด้วย หากเดือนใดใจอ่อนซื้อเกินงบที่ตั้ง ก็ให้ไปลดงบในเดือนถัดไปแทน ส่วนของใช้ที่ฟุ่มเฟือยอย่างกระดาษเช็ดหน้า ผ้าอนามัย ควรซื้อในช่วงลดราคาหรือซื้อ 1 แถม 1 แล้ว ซื้อจำนวนมาก ๆ ทีเดียว ก็จะได้ของถูก เพราะของเหล่านี้สามารถเก็บไว้ใช้ได้เรื่อย ๆ

อย่างที่ 3 คือ อาหาร และ ของทานเล่นจุกจิก

   สาว ๆ รู้บ้างไหมว่า สาว ๆ บางคนที่ชอบตุนอาหารทานเล่นที่ขนซื้อมาทาน ในรถ ที่ทำงาน หรือที่บ้าน ขนมบางอย่างตุนไว้จนหมดอายุ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยแตะเลยก็ยังขนซื้อมาเพิ่มอีก ขนมและอาหารพวกนี้นอกจากจะสิ้นเปลืองเงินในกระเป๋าแล้ว ยังเป็นตัวเพิ่มน้ำหนักและทำให้เอวหายไปง่าย ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นศัตรูกับกระเป๋าสตางค์ แล้วยังเป็นศัตรูกับความงามของสาว ๆ อีกด้วย

รู้เช่นนี้แล้ว สาว ๆ คงต้องสำรวจรอบตัวโดยไวเลยว่า มีอาหารหรือขนมจุกจิกที่ตุน ๆ ค้างอยู่บ้างไหม ลองดูว่าจะกำจัดอย่างไร ขนมหรืออาหารถุงไหน ชนิดไหนที่ยังเก็บได้อีกนาน ก็อาจจะเก็บไว้ แต่อย่าซื้อมาเพิ่ม ทานถุงที่มีให้หมดก่อน แต่ขนมหรืออาหารถุงไหนที่ต้องรีบทาน ลองแจกจ่ายเพื่อน ๆ เด็ก ๆที่บ้าน จะได้ไม่อ้วนอยู่คนเดียว

เรื่องของอาหารอีกอย่าง คือ สาว ๆ บางคนชอบเข้าร้านขนมเบเกอรี่น่ารัก ๆ นอกจากแพงแล้วยังทำให้อ้วนอีกด้วย ลองคำนวณดูว่าเราเข้าร้านเบเกอรี่หรือร้านขนมพวกนี้บ่อยแค่ไหน จำกัดหรือลดครั้งในการเข้าไปนั่งทานลงบ้าง และลองใช้เวลาว่างเข้าครัว หัดทำขนมที่ชอบด้วยตัวเอง นอกจากจะสนุกและอร่อยแบบประหยัดแล้ว ยังได้เพิ่มทักษะและเสน่ห์ให้กับตัวเองอีกด้วย ได้ประโยชน์หลายต่อเลยทีเดียว

นอกจากสิ่งของที่สาว ๆ ควักเงินจ่ายมากกว่าหนุ่ม ๆ แล้ว ปัจจัยที่สำคัญที่เป็นปัญหาต่อเงินในกระเป๋าของสาว ๆ ก็คือ สาว ๆ ส่วนใหญ่ใช้ความรู้สึกชั่ววูบหรืออารมณ์ที่หวือหวาในการซื้อของ ไม่ได้ซื้อตามแพลนที่วางไว้ หรือบางคนแทบไม่มีแพลนใด ๆ เมื่อต้องไปเดินซื้อของด้วยซ้ำ เวลาที่เห็นของที่มีดีไซน์หรือสีสันที่ถูกใจก็จะเข้าไปชาร์จโดยไม่ทันยับยั้งชั่งใจเลย

นั่นทำให้เงินออกจากกระเป๋าไปโดยไม่รู้ตัว และกว่าจะรู้เมื่อกลับถึงบ้าน เงินก็เปลี่ยนเป็นข้าวของที่บางครั้งไม่ได้สำคัญหรือจำเป็นต้องใช้เลยด้วยซ้ำ อีกอย่างก็คือ สาว ๆ ส่วนใหญ่มักมีนิสัยเสพติดของลดราคาหรือของเซลล์ พอเห็นของลดราคาที่ถูกใจก็จะวิ่งเข้าใจใช้ความรู้สึกและโยนสมองทิ้งในทันใด บางคนมีแม้แต่เหตุผลเข้าข้างสนับสนุนตัวเองเพื่อให้ได้ซื้อของนั้น เช่น ซื้อไว้ก่อนยังไงก็ได้ใช้แน่ แต่กลับมีไม่น้อยที่ของเซลล์ที่ว่าได้ใช้แน่ ๆ กลับนอนนิ่งอยู่ในตู้เป็นปีโดยไม่ได้แตะ

วิธีแก้ ก็คือ ควรมีการจัดสรรงบประมาณในการใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ เป็นเงินที่ไว้สำหรับตามใจตัวเอง และพกเงินในกระเป๋าไปในจำนวนที่จัดสรรไว้แล้วก็จะช่วยได้ หากช็อปปิ้งจนหมดงบที่วางแผนไว้ในแต่ละเดือนก็ถือว่าหมดโควต้าแล้ว ให้อดใจรอไปซื้ออีกครั้งในเดือนถัดไป แต่สำหรับสาว ๆ บางคนที่เป็นขาช็อปแม้ไม่มีเงินในกระเป๋าก็ยังเผลอหยิบยืมเพื่อนหรือรูดบัตรเครดิตจนได้ ตรงนี้คงต้องแก้ที่ลักษณะนิสัยเฉพาะตัวมากกว่า

เพลินตอนจ่ายแต่กลับก่ายหน้าผากตอนนับเงินในกระเป๋า

   อย่างที่ได้กล่าวไว้ขั้นต้นว่า ลักษณะการใช้จ่ายของผู้หญิงแตกต่างและจุกจิกกว่าของผู้ชายมาก ผลของการใช้จ่ายเงินทีละเล็กทีละน้อยโดยไม่ได้วางแผนอย่างดี ย่อมจะทำให้รอบตัวของสาว ๆ มีสิ่งของมากมายที่วันหนึ่งอาจจะแปรสภาพเป็นขยะหรือของสะสมเก่าเก็บ ในขณะที่เงินในกระเป๋าร่อยหรอและไม่เหลือเงินเก็บเลย เพราะจำนวนเงินที่จ่ายออกไปทีละเล็กละน้อยนี้ เมื่อรวมกันก็เป็นเงินก้อนโตอย่างไม่น่าเชื่อ

เคล็ดลับในการบริหารเงินสำหรับผู้หญิง นอกจากการจัดสรรงบประมาณในการใช้จ่ายดังที่กล่าวไปแล้วนั้น การออมเงินและการลงทุนก็เป็นกุญแจสำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับสาว ๆ ที่จะมีเงินใช้ไปจนหลังเกษียณอายุทีเดียว โดยไมต้องพึ่งพาให้หนักใจ เรามีคำแนะนำในการออมและลงทุนสำหรับสาว ๆ มาฝาก

ก่อนที่จะออมหรือลงทุนในสถาบันการเงินรูปแบบใด ๆ ก็ตาม สาว ๆ ควรมองหาที่ปรึกษาเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้ข้อมูลที่ละเอียดประกอบการตัดสินใจว่า การลงทุนและรูปแบบการออมใดที่เหมาะกันตัวเรา ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญตามสถาบันต่าง ๆ ให้บริการอย่างสะดวกไม่น้อยเลยทีเดียว อย่าลืมว่าเมื่อคิดจะทำสิ่งใดเราก็ควรมีความรู้ในสิ่งนั้นมากพอที่จะตัดสินใจ และไม่มีใครบังคับให้เราทำอะไรได้ถ้าเราไม่อยากทำ ควรใจเย็นและรอบรอบในการลงทุนด้วย

ทยอยลงทุนทีละเล็กละน้อยเป็นสิ่งที่ทำได้ในปัจจุบัน ไม่ต้องรอที่จะสะสมเงินก้อนใหญ่ไปลงทุนโครมทีเดียว เพราะปัจจุบันมีสถาบันให้บริการการลงทุนในหน่วยเล็ก ๆ ให้เลือกมากมาย อาจจะเริ่มต้นเพียงเงิน 1,000 บาทก็สามารถลงทุนได้ ลองใช้เวลาศึกษาดูและค่อย ๆ ลงทุนเก็บออมเหมือนน้ำซึมบ่อทราย วันหนึ่งก็จะเป็นเงินก้อนใหญ่ให้สาว ๆ ได้ชื่นใจ

ประกันต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สาว ๆ ควรจะมีเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ หรือประกันอุบัติเหตุ ยามฉุกเฉินและเป็นการสร้างความรอบคอบให้ชีวิต ซึ่งสาว ๆ ก็ควรมองหาประกันในแบบที่เหมาะสมให้กับตนเองไว้ด้วย ไม่แน่ว่า เมื่อถึงเวลาต้องใช้ ประกันบางตัวที่เราเคยคิดว่าต้องจ่ายเบี้ยแพง ๆ ในขณะที่ไม่เคยได้เคลมมาใช้เลยนั้น เมื่อถึงคราวที่ต้องใช้ อาจจะทำให้เรารู้สึกดีใจและขอบคุณความรอบคอบของตัวเองที่ทำประกันเผื่อไว้ก่อนก็เป็นได้

สาว ๆ ควรจะสะสมเงินออมฉุกเฉินเอาไว้ด้วยเพราะถือว่าเป็นความปลอดภัยและหลักประกันอีกหนึ่งทางสำหรับชีวิต เพราะคนเรามักจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้เสมอ สูตรของการเก็บเงินออมฉุกเฉินมักคำนวณที่ ควรมีเงินก้อนเท่ากับ 6 เท่า ของเงินเดือน 1 เดือน ไว้เผื่อการตกงานหรือไม่สามารถทำงานได้ จะได้พอมีเวลาตั้งหลักหรือหางานใหม่ได้

อย่าลืมสร้างเครดิตไว้ให้กับตัวเองด้วย สำหรับสาว ๆที่แต่งงานใช้ชีวิตคู่และออกมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว อาจจะให้สามีเป็นผู้ทำงานและเลี้ยงดู ทำให้ไม่คิดจะมีบัญชีของตนเองหรือบัญชีไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวเท่าที่ควร นั่นเป็นสิ่งที่สาว ๆ คงต้องมาคิดและเปลี่ยนแปลง เพราะการมีเครดิตในด้านการเงิน มีบัญชีและเงินเก็บเคลื่อนไหวของตนเองจะดีต่อผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านอย่างมาก เราไม่อาจรู้อนาคตได้ วันหนึ่งเราอาจอยากมีกิจการของตนเองและต้องใช้เครดิตทางการเงิน หรือเกิดเลิกราและต้องกลับมาใช้ชีวิตโสด เราก็ควรจะมีเครดิตเผื่อไว้ด้วยเช่นกัน

   สิ่งสำคัญอีกอย่างที่สาว ๆ ทุกคนควรจะทำ ก็คือ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย และบันทึกการใช้จ่ายประจำวัน สำหรับการทำบัญชีรายรับรายจ่าย สาว ๆ ที่ไม่ได้เก่งด้านตัวเลข ก็สามารถทำบัญชีรายรับรายจ่ายได้อย่างง่าย ๆ โดยการหาสมุดสักเล่ม แบ่งเป็นสองคอลัมน์ ด้านหนึ่งรายรับ อีกด้านเป็นรายจ่าย แล้วใส่รายการทุกครั้งที่มีการทำกิจกรรมเกี่ยวกับเงินในกระเป๋าสตางค์ของเรา เมื่อ 1 เดือนผ่านไปสาว ๆ จะได้รู้ว่า เราใช้จ่ายประมาณไหน ส่วนบันทึกการใช้จ่ายนั้น เราควรมีสมุดเล็ก ๆ ไว้ในกระเป๋า หรือสาว ๆ จะพิมพ์ใส่โทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือแท็บเลท ทุกครั้งที่มีการซื้อของ

เพียงเท่านี้สาว ๆ จะสามารถควบคุมการใช้จ่ายเงินได้ เพราะเราจะรู้พฤติกรรมการใช้เงินของเราอย่างชัดเจนทีเดียว

การเงินกับสาว ๆ นับเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ แม้ว่าสาว ๆ บางคนอาจจะไม่ได้เก่งเรื่องตัวเลขหรือทำบัญชีให้กับการใช้จ่ายของตนเอง แต่การนำเคล็ดลับการบริหารเงินที่ได้เอามาฝากนี้ไปลองใช้ ก็จะทำให้สาว ๆ ไม่ต้องเผชิญกับวันอันยากลำบากหรือคำว่าไม่มีเงินอีกเลย เมื่อมองดูกระเป๋าหรือบัญชีธนาคารอีกครั้งก็จะพบรอยยิ้มบนใบหน้าคุณสาว ๆ อย่างแน่นอน และอาจจะกลายเป็นเศรษฐีนีเงินล้านได้ในอีกไม่นาน