บริหารเงินง่าย ๆ สไตล์วัยรุ่น

วิธีการบริหารเงินง่าย ๆ สไตล์วัยรุ่น

   หากกล่าวถึงช่วงชีวิตวัยรุ่นของหลาย ๆ คน ทั้งที่กำลังเรียนอยู่ในวัยมัธยมและมหาวิทยาลัย หน้าที่หลัก ๆ ของวัยรุ่นหลายคนคงหนีไม่พ้นการศึกษาเล่าเรียนเพื่ออนาคตที่ดี ดังนั้น ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น ค่าเทอม ค่ากินค่าอยู่ รวมถึงค่าเรียนพิเศษและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านั้น โดยนอกจากกค่าใช้จ่ายทั่วไปที่ได้กล่าวไปข้างต้นยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก เช่น ค่าเอกสารการเรียน ค่าทัศนศึกษาและกิจกรรมมอื่น ๆ รวมถึงงานอดิเรกที่หลายคนชอบทำ เช่น ดูหนัง เที่ยว วาดรูป เป็นต้น ในบางครั้งการขอเงินจากผู้ปกครองมากเกินไปอาจทำให้ผู้ปกครองเกิดปัญหาได้ เชื่อได้ว่าวัยรุ่นหลายคนคงเคยเรียนเรื่องเกี่ยวกับการบริหารเงินหรือการออมเงินอย่างง่าย ๆ ตั้งแต่เด็ก เช่น การหยอดเงินใส่กระปุกทุกวัน เป็นต้น แต่เนื่องจากวัยรุ่นหลายคนมีรายรับ รายจ่ายในแต่ละวันที่มากและคิดว่าสามารถขอเงินจากผู้ปกครองใช้ได้ จึงทำให้ละเลยการบริหารจัดการเงินของตนเองไป ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่วัยรุ่นทุกคนก็สามารถทำได้

ในปัจจุบันเทคนิคการบริหารเงินมีหลายรูปแบบ คุณสามารถเลือกแบบที่เหมาะสำหรับวัยรุ่นและนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ เนื่องจากวัยรุ่นหลายคนย่อมมีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน บางคนอาศัยอยู่กับผู้ปกครอง บางคนที่ต้องไปเรียนไกลบ้านจึงพักอาศัยอยู่ที่หอพักนักศึกษา เป็นต้น สำหรับบทความนี้จึงขอแนะนำวิธีการบริหารเงินง่าย สไตล์วัยรุ่น ที่รวมถึงการเริ่มต้นการบริหารเงินเพื่อสร้างวินัยการใช้เงิน การออมเงินและการเพิ่มรายรับให้กับวัยรุ่นเพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองได้อีกด้วย

การเริ่มต้นการบริหารเงินเพื่อสร้างวินัยการใช้เงินสามารถแบ่งเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังต่อไปนี้

1. การสำรวจค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในการเริ่มต้นบริหารเงิน เราต้องสำรวจค่าใช้จ่ายที่มีอยู่เดิมก่อน เช่น หากคุณรับเงินจากผู้ปกครองอาทิตย์ละ 1,000 บาท แต่ละวันคุณหมดเงินไปกับอะไรบ้าง จากนั้นให้ลองแยกว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนจำเป็นและไม่จำเป็น สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าหอ, ค่าอาหาร, ค่าเดินทาง, ค่าเอกสารการเรียนต่าง ๆ เป็นต้น และค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การซื้อเสื้อผ้าเพราะความชอบทั้ง ๆ ที่คุณก็มีเสื้อผ้าที่พอใส่อยู่ในตู้, การรับประทานอาหารที่มีราคาแพงเป็นประจำ, การออกไปสังสรรค์กับเพื่อนบ่อย ๆ เป็นต้น

2. ปรับพฤติกรรมโดยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หากคุณได้รับเงินจากผู้ปกครองในวงเงินที่จำกัด การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจะทำให้คุณมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เช่น หากคุณเป็นสาว ๆ ที่รักสวย รักงามและต้องซื้อเครื่องสำอางใหม่เป็นประจำ ให้คุณเลือกเครื่องสำอางที่ชอบและใช้จนหมดเสียก่อนเพราะคนส่วนใหญ่มักจะซื้อเครื่องสำอางที่เพิ่งวางจำหน่ายเพราะเห็นว่าเป็นของใหม่น่าใช้ ทั้ง ๆ ที่ยังใช้เครื่องสำอางชุดเก่าไม่หมด หรือหากคุณเป็นนักเรียน นักศึกษาที่มีเอกสารเก่าเหลืออยู่มาก คุณอาจนำไปขายหรือนำมาทำเป็นสมุดจดโน้ตก็สามารถทำได้เช่นกัน สำหรับการซื้อเสื้อผ้า คุณอาจซื้อเสื้อผ้าที่มีสีโทนกลาง ๆ สามารถสวมใส่ไปได้หลายงานและสามารถนำมาปรับใช้กับเสื้อผ้าชุดอื่น ๆ ได้อีกด้วย ในการรับประทานอาหารราคาแพง คุณอาจไปเพราะอยากพบปะพูดคุยกับเพื่อน ๆ หรืออยากลองชิมอาหารเหล่านั้น โดยคุณสามารถทำได้เพียงแต่ลดจำนวนครั้งที่ไปลง เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงไปได้มาก

3. การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เมื่อได้ยินคำว่าบัญชีรายรับรายจ่าย วัยรุ่นหลายคนอาจเบือนหน้าหนีเพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเลขและต้องทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในปัจจุบันการจดรายรับรายจ่ายลงในสมุดอาจกลายเป็นเรื่องที่สามารถเลี่ยงได้ สำหรับบางคนที่ไม่ได้พกสมุดติดตัวตลอดเวลา เนื่องจากมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่คือ “แอพพลิเคชั่นรายรับรายจ่าย” ที่คุณสามารถดาว์นโหลดมาใช้ในโทรศัพท์มือถือที่เป็นเหมือนปัจจัยสำคัญในชีวิตของวันรุ่นหลายคน โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าวมีหน้าตาที่หลากหลายให้เลือกใช้ เช่น แอพพลิเคชั่น Spendee ที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม ใช้งานง่ายและมีการทำรายรับรายจ่ายออกมาในรูปแบบของกราฟ ทำให้อ่านง่ายและเห็นภาพชัดเจนว่าเรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เหมาะสำหรับโทรศัพท์มือถือทั้งแบบสมาร์ทโฟนและแอนดรอยด์ หรือจะเป็นแอพพลิเคชั่น Note Account ที่มีหน้าตาเป็นตารางสีสันสวยงามและยังช่วยคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้กับคุณได้อีกด้วย

บัญชีรายรับรายจ่ายจึงเปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมทางการเงินของคุณ โดยจะช่วยให้คุณได้ทราบถึงรายจ่ายในแต่ละวันและสามารถคำนวณรายจ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็นได้

4. ใช้บัตรนักเรียนนักศึกษาให้เป็นประโยชน์ เชื่อได้ว่าวัยรุ่นที่เป็นนักเรียนและนักศึกษาหลายคน คงต้องมีบัตรประจำตัวกันทุกคนโดยบัตรนักเรียนนักศึกษานี้ นอกจากกจะมีไว้เพื่อแสดงตัวตนของคุณแล้ว ยังสามารถใช้เป็นส่วนลดตามข้อยกเว้นต่าง ๆ ได้ เช่น ส่วนลดในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง ซึ่งบางสถานที่หากคุณมีบัตรนักเรียนนักศึกษา คุณสามารถลดราคาบัตรเข้าชมได้ถึง 50% เลยทีเดียว นอกจากกนี้ยังมีร้านอาหารบางแห่งชอบจัดโปรโมชั่นสำหรับนักเรียนนักศึกษา เพียงคุณแสดงบัตรก็สามารถรับส่วนลดได้เช่นกัน รวมถึงธนาคารบางแห่งที่มีโปรโมชั่น สำหรับนักเรียนนักศึกษาอีกด้วย เช่น การได้รับแต้มหรือของกำนัลเมื่อฝากเงินได้ตามจำนวนที่ทางธนาคารกำหนด เป็นต้น จะเห็นได้ว่าบัตรนักเรียนนักศึกษาสามารถช่วยให้คุณประหยัดเงินได้จำนวนหนึ่ง ดังนั้น เมื่อคุณต้องเดินทางไปไหนหรือทำกิจกรรมมอะไร การพกบัตรนักเรียนนักศึกษาไว้เสมอจะมีประโยชน์ต่อตัวคุณเป็นอย่างมาก

   หลังจากการเริ่มต้นการบริหารเงินอย่างง่าย ๆ ซึ่งวัยรุ่นสามารถนำไปปรับใช้ได้ ทั้งการสำรวจค่าใช้จ่าย การปรับพฤติกรรมเพื่อลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น การทำบัญชีรายรับรายจ่ายและการประโยชน์ของบัตรนักเรียนนักศึกษาที่หลายคนอาจมองข้ามแล้ว หลายคนคงเริ่มเห็นภาพของการบริหารเงินอย่างง่ายที่คุณก็สามารถทำได้ เมื่อคุณสามารถควบคุมเงินที่มีอยู่ได้แล้ว การเก็บเงินก็เป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน เมื่อคุณเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือต้องการเก็บเงินไว้ท่องเที่ยว ทำธุรกิจส่วนตัวในอนาคต การออมเงินจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ โดยวิธีการออมเงินพื้นฐานง่าย ๆ ที่เชื่อว่าหลายคนคงเคยทำเมื่อยังเป็นเด็ก ได้แก่ การหยอดเงินลงกระปุกทุกวันนั่นเอง แต่สำหรับวัยรุ่นการออมเงินควรมีขั้นตอนที่ชัดเจนและทำอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นนิสัย สำหรับบทความนี้จึงขอยกตัวอย่างวิธีการออมเงินง่าย ๆ ที่คุณสามารถเลือกทำได้ ดังนี้

1. การกำหนดเงินไว้ใช้ในแต่ละวันอย่างชัดเจน วัยรุ่นหลายคนที่ได้รับเงินก้อนมาจากผู้ปกครอง ก็มักจะใช้เงินจำนวนนั้นเรื่อย ๆ จนหมดโดยไม่แบ่งไว้ใช้ในแต่ละวัน ทำให้ในบางครั้งเงินหมดก่อนกำหนด การแบ่งเงินไว้ใช้ในแต่ละวันให้ชัดเจน เช่น หากคุณกำหนดว่าจะใช้เงินวันละ 100 บาท ให้คุณนำเงิน 100 บาท ใส่ไว้ในถุงสำหรับวันต่าง ๆ ไว้อย่างชัดเจน อาจเขียนวันที่ไว้บนถุงเหล่านั้น เพียงเท่านี้คุณก็สามารถกำหนดเงินที่ใช้ในแต่ละวันได้แล้วและยังทำให้คุณได้ทราบอีกด้วยว่าในแต่ละวันคุณจะเหลือเงินจากการใช้จ่ายเท่าไหร่

2. การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและแบ่งเงินเก็บเป็นส่วน ๆ เชื่อว่าวัยรุ่นหลายคนคงมีเป้าหมายในการเก็บเงินต่างกัน เช่น เก็บเงินไว้ท่องเที่ยว, เก็บเงินไว้ซื้อสิ่งของที่ต้องการ, เก็บเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน เป็นต้น หลายคนอาจมองว่าการที่เรามีเป้าหมายมากมายเช่นนี้ จะทำให้การเก็บเงินเป็นไปได้ยาก คุณสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ โดยการทำกระปุกออมสินหลายกระปุกและเขียนเป้าหมายเหล่านี้ไว้บนกระปุกแต่ละอัน เมื่อคุณมีเงินเหลือจากการใช้จ่ายคุณสามารถนำมาหยอดกระปุกแต่ละใบตามต้องการได้ โดยเงินเหลือเก็บคุณก็สามารถกำหนดได้เช่นกัน เช่น จะเก็บแบงค์ 50 มาหยอดกระปุกเท่านั้น จะไม่ใช้เด็ดขาดหรือการเก็บเหรียญ 10 บาท ไว้หยอดกระปุก เป็นต้น

3. การแบ่งเงินส่วนหนึ่งเก็บไว้ก่อนใช้ หลายคนอาจเคยใช้วิธีการเก็บเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายมาเป็นเงินเก็บ ซึ่งในบางครั้งคุณอาจใช้เงินจนหมดและไม่มีเงินเก็บทำให้การออมเงินไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น การแบ่งเงินส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้ก่อนจึงเป็นการแบ่งเงินออกมาก่อนที่คุณจะใช้เงินส่วนนั้นจนหมดนั่นเอง โดยคุณสามารถคำนวณได้จากค่าใช้จ่ายของคุณ เช่น หากคุณได้รับเงินสัปดาห์ละ 1,000 บาท แต่คุณลองคำนวณค่าใช้จ่ายแต่ละสัปดาห์ คุณสามารถใช้จ่ายเงินให้ได้ไม่เกิน 800 บาท ทำให้คุณจะมีเงินเหลือเก็บประมาณ 200 บาทต่อสัปดาห์ หลังจากนั้นเมื่อคุณได้รับเงิน 1,000 บาท อีก ให้คุณแบ่งเงิน 200 บาท ออกมาเก็บไว้ก่อน จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

   จะเห็นได้ว่าการออมเงินสามารถทำได้หลายวิธี เหมาะสำหรับคนที่มีรายได้แตกต่างกัน เพียงคุณนำมาปรับใช้กับการบริหารเงินของคุณ ก็จะช่วยสร้างนิสัยในการออมเงินได้เป็นอย่างดี และนอกจากกการออมเงินจะช่วยให้คุณมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้วการเพิ่มรายได้ให้กับตัวคุณ ที่ถึงแม้จะเป็นวัยรุ่นนั้น นอกจากกจะช่วยให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วยังช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองได้อีกด้วย สำหรับการเพิ่มรายได้นั้นสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน ดังต่อไปนี้

1. รับทำงานเกี่ยวกับเอกสารต่าง ๆ ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ย่อมมีการทำรายงาน การนำเสนองานต่าง ๆ เป็นประจำ หากคุณต้องการเพิ่มรายได้ คุณอาจรับพิมพ์งาน จัดหน้าเอกสารก็สามารถทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกั

2. รับงานจากทางโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย บางโรงเรียนหรือบางมหาวิทยาลัยบางแห่งจะมีการรับสมัครนักศึกษามาทำงานพิเศษต่าง ๆ เช่น การจัดเอกสาร, การทำแบบสำรวจ, การเป็นทีมงานในกิจกรรมมต่าง ๆ โดยคุณสามารถติดต่อไปทางโรงเรียนหรือทางมหาวิทยาลัยโดยตรง ซึ่งบางแห่งจะมีเว็บไซต์สำหรับประกาศเมื่อต้องการคนมาทำงาน เป็นการสร้างรายได้และทำให้ได้รู้จักคนมากยิ่งขึ้น นอกจากกนี้ยังช่วยฝึกประสบการณ์ในการทำงานให้กับคุณอีกด้วย

3.ขายของออนไลน์ ธุรกิจนี้นับว่าเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนหันมาใช้โลกออนไลน์ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันมากขึ้น ทำให้เกิดพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ขึ้นมากมาย ธุรกิจขายของออนไลน์มีข้อดีอยู่มาก เช่น คุณไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่หรือค่าเปิดร้าน, เหมาะสำหรับธุรกิจหลายประเภท ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่, คุณสามารถเลือกกลุ่มลูกค้าได้ตามความต้องการ, การติดต่อสะดวกรวดเร็ว, คุณสามารถแบ่งเวลาในการรับออเดอร์และจัดส่งสิ่งของให้กับลูกค้าได้ โดยธุรกิจนี้คุณอาจเริ่มจากการขายสิ่งที่คุณชอบหรือมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้น เช่น เสื้อผ้ามือสอง, ครีมบำรุงผิวต่าง ๆ, เครื่องเขียน เป็นต้น โดยผู้ที่ต้องการทำธุรกิจนี้ควรแบ่งเวลาให้ดี เพื่อไม่ให้รบกวนการเรียนมากเกินไป

4. รับสอนพิเศษ นักเรียนนักศึกษาหลายคนอาจมีวิชาที่ชอบหรือถนัด การรับสอนพิเศษนอกจากกจะทำให้คุณมีรายได้เพิ่มมากขึ้นแล้วยังเป็นการทบทวนความรู้ที่เรียนมาและฝึกการพูดการสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นอีกด้วย โดยคุณอาจเริ่มจากการรับสอนพิเศษเด็กที่สนใจ อาจรับสอนทีละคนหรือรับสอนเป็นกลุ่มก็สามารถทำได้ โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน ช่วยเสาร์อาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงปิดเทอมที่เด็ก ๆ ส่วนใหญ่มักจะมองหาที่เรียนพิเศษ

5. ขอทุนการศึกษา หากคุณเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย การขอทุนการศึกษาเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในเวลาจำเป็น จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ โดยคุณสามารถปรึกษากับคุณครูหรือเข้าไปสอบถามกับทางโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยโดยตรงได้ หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนแน่นอนว่าคุณต้องได้รับทุนการศึกษาเหล่านั้น โดยคุณอาจนำไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการเล่าเรียนเพื่อลดภาระต่าง ๆ ของผู้ปกครองได้อีกด้วย

   สำหรับการเริ่มต้นบริหารเงินแบบง่าย ๆ การออมเงิน รวมถึงการเพิ่มรายได้ให้กับวัยรุ่นที่ได้แนะนำไปข้างต้นแล้ว ยังมีข้อควรระวังบางอย่างที่วัยรุ่นหลายคนควรรู้ไว้เพื่อไม่ให้เสียรายได้ไปอย่างเปล่าประโยชน์อีกด้วย เช่น การถูกหลอกจากพวกมิจฉาชีพที่มักจะหลอกเด็ก ๆ วัยรุ่นหรือคนชรา ให้โอนเงินเข้าบัญชีของมิจฉาชีพ โดยคุณควรติดตามข่าวสารเป็นประจำ นอกจากกนี้หากคุณมีรายได้เพิ่มขึ้น คุณก็ไม่ควรละเลยการออมเงินหรือการบริหารเงินเพราะยิ่งคุณมีรายได้มากขึ้น การบริหารเงินจึงยิ่งสำคัญมากขึ้นเพราะเป็นการป้องกันไม่ให้คุณใช้รายได้เหล่านั้นไปจนหมดนั่นเอง

จากวิธีการบริหารเงินและสร้างรายได้สไตล์วัยรุ่นที่ได้แนะนำไป อาจเป็นการสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้กับวัยรุ่นที่ต้องการฝึกบริหารเงินแบบง่าย ๆ เพราะนอกจากกจะทำให้คุณสามารถใช้เงินที่มีอยู่ได้อย่างไม่เดือดร้อนแล้วยังทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย หลายคนอาจคิดว่าการชีวิตวัยรุ่นเพียงแค่การเรียนอาจเพียงพอแล้ว แต่ทั้งนี้ในอนาคตวัยรุ่นก็คือกลุ่มคนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องหาเงินเองและบริหารเงินด้วยตนเอง ดังนั้น การฝึกบริหารเงินตั้งแต่วัยรุ่นจึงเป็นเหมือนการเตรียมพร้อมสู่การเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มรูปแบบนั่นเอง และข้อดีที่เห็นได้ชัดของการบริหารเงินและการสร้างรายได้ คือ การที่คุณสามารถลดภาระของผู้ปกครองได้และจะช่วยให้คุณเห็นคุณค่าของเงินมากยิ่งขึ้นนั่นเอง