แผนการเงินมนุษย์เงินเดือน

การวางแผนการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน

   ปัญหาส่วนใหญ่ของมนุษย์เงินเดือนทุกคน คงไม่พ้นปัญหาเรื่องเงิน ทำอย่างไรให้มีเงินใช้กินใช้เที่ยวให้สมดุลตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงท้ายเดือน ทำอย่างไรชีวิตจึงจะพ้นจากวัฏจักรกินอยู่อย่างราชาตอนเงินเดือนออก แต่ไม่ทันครึ่งเดือนเงินหมดเสียแล้ว ต้องกลับมาใช้ชีวิตอย่างยาจกแทน เป็นวัฏจักรที่ใครก็อยากจะหลุดพ้นออกมาให้ได้ การวางแผนทางการเงินที่ดีจะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวได้ อันที่จริงแล้วการวางแผนทางการเงินที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ต้องอาศัยวินัยและการสร้างนิสัยอย่างเคร่งครัดพอสมควร วินัยทางการเงินไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากหากเราตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำอย่างจริงจัง ซึ่งหากมนุษย์เงินเดือนทุกคนสามารถทำได้

การวางแผนทางการเงินที่ดีจะช่วยให้คุณพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่าง ๆ ที่อาจเข้ามาในชีวิต หรือจะทำให้ผู้ที่วางแผนทางการเงินดีสามารถใช้ชีวิตได้ตามที่ใจต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปท่องเที่ยว การออกมาทำธุรกิจส่วนตัว รวมถึงการใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างสบายใจ การวางแผนทางการเงินที่ดีไม่ได้จำกัดอยู่ที่รายได้หรือรายรับที่ดี แต่อยู่ที่การจัดการให้รายรับและรายได้ให้เหมาะสมกับรายจ่ายหรือค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมต่างหากที่สำคัญ เงินเดือนน้อยแต่สามารถเก็บออมได้ ย่อมดีกว่าคนที่เงินเดือนสูง ๆ แต่ไม่เหลือเงินเก็บออมไว้เลยเพราะไม่รู้จักการวางแผนทางการเงินที่ดีนั้นเอง

ผู้คนในยุคปัจจุบันคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเงินกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต หากไม่มีเงินเราก็คงไม่สามารถซื้อหาอาหารมารับประทานได้ คงไม่สามารถซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ โทรศัพท์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ รวมถึงที่อยู่อาศัยก็ต้องใช้เงินในการซื้อหามาใช้ชีวิตอยู่ ดังนั้น การวางแผนทางการเงินย่อมสามารถช่วยให้เราสามารถดำรงชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันได้อย่างสบาย

ควรเริ่มวางแผนทางการเงินเมื่อไร การวางแผนทางการเงินสามารถเริ่มทำได้ทุกช่วงอายุ ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไรก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเก็บออมให้กับเราได้ ยิ่งอายุน้อยโอกาสที่จะเก็บออมเงินก็ยิ่งมาก แต่หากใครที่อายุมากแล้วก็อย่าพึ่งถอดใจ ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเก็บออม เก็บช้าอาจจะมีเงินเก็บช้าแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย ขอเพียงตั้งใจทุกคนก็ย่อมสามารถเก็บออมและจัดการการเงินได้ เพราะแผนการเงินของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับภาระในชีวิต รวมถึงต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกันในสังคม คนโสดย่อมมีภาระน้อยกว่าคนมีลูก คนที่มีการศึกษาดี มีหน้าที่การงานที่ดีย่อมมีโอกาสทางการเงินที่ดีกว่า แต่อย่ายอมให้สิ่งเหล่านี้ กลายมาเป็นอุปสรรคในการจัดการทางการเงิน

   แน่นอนว่าหลายคนอาจคุ้นเคยกับการใช้บัตรเครดิต ในแต่ละวันก็จะมีมือใหม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินดือน นักเรียน บัณฑิตจบใหม่ หรือผู้เพิ่งเริ่มต้องการถือบัตรเครดิต บัตรสินเชื่อเงินสด และผู้ที่ขอสินเชื่อส่วนบุคคลหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ กับทางธนาคาร เรามีเคล็ดลับในการใช้งานบัตรเครดิตแบบง่ายๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์พร้อมรักษาสุขภาพทางการเงินของคุณ สำหรับบัตรเครดิต สินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล ก็ตามจะมีวงเงินที่กำหนดให้สูงสุดว่าคุณจะสามารถใช้จ่ายเงินผ่านบัตรได้และทุกครั้งที่จับจ่ายซื้อของวงเงินในบัตรก็จะลดลงตามไปด้วย โดยในใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายคุณมีทางเลือกที่จะจ่ายทั้งหมดของยอดใช้จ่ายนั้นหรือเลือกผ่อนชำระก็ได้ การใช้บัตรเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ถือได้ว่าผู้ถือบัตรจะได้รับความปลอดภัยสูงสุด และได้รับความสะดวกสบายทุกการใช้จ่ายหรือขณะเดินทาง โดยไม่ต้องมานั่งกังวลว่าเงินสดจะถูกขโมยหรือเปล่า

มารู้จักวิธีการบริหารจัดการเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดีนั้น จะนำมาซึ่งการบริหารจัดการทางการเงินและการวางแผนที่ดีในอนาคตได้ เหล่านี้เป็นข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆ สำหรับผู้ที่ถือบัตรเครดิตและผู้ที่ขอสินเชื่อส่วนบุคคลกับทางธนาคาร

1. จงจำไว้เสมอว่าเครดิตสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่เงินที่ได้มาฟรีๆ

2. จงใช้จ่ายตามกำลังที่มีและมั่นใจว่าคุณจะสามารถชำระคืนได้ในภายหลัง อย่าใช้จ่ายเกินตัว

3. เมื่อคุณชำระยอดใช้จ่ายตรงตามเวลาที่กำหนด แน่นอนว่าคุณจะมีประวัติเครดิตลูกค้าที่ดี

4. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ให้แจ้งธนาคารหรือบริษัทที่ออกบัตรเครดิตให้ในทันที เพื่อที่ทางผู้ออกบัตรจะสามารถส่งใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายไปให้ถูกต้อง เพื่อที่ผู้ถือบัตรจะต้องไม่เสียค่าธรรมเนียมเนื่องจากการชำระเงินช้ากว่ากำหนด

5. ตรวจสอบใบแจ้งยอดใช้จ่ายทุกครั้ง โดยผู้ถือบัตรเครดิตและผู้ขอสินเชื่อส่วนบุคคลสามารถโทรศัพท์เข้ามาตรวจสอบได้ทันทีเมื่อพบข้อสงสัย ในใบแจ้งยอดใช้จ่าย และแต่ละรายการที่แจ้งในใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายนั้น สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ นั่นแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถพิจารณาดูลักษณะการจับจ่ายของตัวเองเพื่อที่จะตัดรายการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป หากมีข้อสงสัยใดๆ สามารถโทรศัพท์สอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารและผู้ออกบัตรได้ทันที

ข้อดีของการวางแผนทางการเงิน

ข้อที่ 1 ความมั่นคงทางการเงิน หากรายรับและรายจ่ายมีความสมดุล ย่อมก่อให้เกิดความมั่นคงทางการเงิน ความมั่นคงทางการเงิน หมายถึง ความพร้อมในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน แต่มนุษย์เงินเดือนผู้มีการวางแผนทางการเงินมาเป็นอย่างดี ย่อมไม่ได้รับผลกระทบต่อสถานการณ์หรือเหตุฉุกเฉินนั้น ๆ

ข้อที่ 2 ความสามารถในการออมเงิน หลายคนฝันว่าอยากมีเงินเก็บที่เยอะ ๆ เพื่อนำไปใช้จ่ายกับสิ่งที่วาดฝันไว้ ทั้งการท่องเที่ยว การซื้อของแบรนด์หรู หรือแม้แต่การทำธุรกิจของตนเอง การวางแผนทางการเงินที่ดีจะช่วยให้เรามองเห็นหรือสามารถกำหนดศักยภาพในการสร้างเงินออมได้เป็นอย่างดี ร่วมถึงการกำหนดวิธีหรือแนวทางในการออมเงินไว้อีกด้วย

ข้อที่ 3 ช่วยให้เราหลุดพ้นจากภาวะการเป็นหนี้ เศรษฐกิจในปัจจุบันได้เกิดปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการใช้เงินโดยขาดการวางแผนที่ดี ทำให้ใช้จ่ายเกินตัว เกิดภาระหนี้สินได้ง่าย

ข้อที่ 4 ช่วยสร้างฐานะที่ดีในอนาคต หากเรามีการวางแผนทางการเงินที่ดี มนุษย์เงินเดือนทุกคนย่อมสามารถนำเงินที่ได้จากการวางแผนไปต่อยอด หรือนำมาใช้เพื่อพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้น เช่น นำเงินที่ได้จากการวางแผนทางการเงินที่ดีไปต่อยอดพัฒนาความรู้ เพื่อนำมาใช้ในการปรับฐานเงินเดือนของตนให้สูงขึ้น หรือนำไปใช้เพื่อสร้างธุรกิจและรายได้เพิ่มเติมให้กับตนเองต่อ ๆ ไป

ข้อที่ 5 ช่วยสร้างนิสัยให้เป็นคนที่มีวินัยและเห็นค่าของเงิน การวางแผนและควบคุมการจัดการเงินให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้ จะช่วยสร้างวินัยและทำให้เราเห็นคุณค่าของเงินที่เราได้ดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งวินัยที่เกิดขึ้นนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตได้อีกด้วย

ข้อที่ 6 เป็นการสร้างเครดิตที่ดีให้กับตนเอง การมีเครดิตทางการเงินที่ดี หรือการปลอดจากหนี้สิน ย่อมส่งผลดีต่อเครดิตของผู้วางแผนทางการเงินที่ดี โดยเฉพาะหากในอนาคตมีความต้องการขอสินเชื่อประเภทต่างๆ เช่น สินเชื่อเงินสดสินเชื่อส่วนบุคคลหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ กับทางธนาคาร ย่อมสามารถทำได้ง่ายกว่าผู้ที่มีปัญหาทางการเงินหรือมีเครดิตที่ไม่ดี

ข้อที่ 7 ทำให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ หากมองในภาพรวม การจัดการทางการเงินที่ดี ย่อมเป็นปัจจัยหนึ่งในการนำไปต่อยอดทางธุรกิจของผู้วางแผน ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีการขยายตัวและเติบโตได้เช่นกัน

ในทางกลับกัน หากไม่มีการวางแผนทางการเงินที่ดีจะก่อให้เกิดผลเสียกับมนุษย์เงินเดือนอย่างไรบ้าง

ข้อที่ 1 ไม่เคยมีเงินพอใช้ตามต้องการ มนุษย์เงินเดือนที่ไม่ได้วางแผนทางการเงินที่ดี ย่อมประสบปัญหากับการมีเงินไม่พอใช้ตลอดเดือน พอปลายเดือนก่อนเงินออกต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต เนื่องจากเงินเดือนหมดเสียก่อนแล้ว

ข้อที่ 2 มีโอกาสเป็นหนี้สินรุงรังได้ง่าย เนื่องจากไม่มีการวางแผนทางการเงินที่ดี โอกาสที่จะนำเงินมาใช้จ่ายเกินตัวก็จะง่ายขึ้น โดยเฉพาะในกรณีของมนุษย์เงินเดือนที่มีรายรับเป็นเพียงเงินเดือนอย่างเดียวเท่านั้น หากไม่มีการควบคุมรายจ่ายที่ดี ย่อมสามารถก่อหนี้ได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะหนี้เงินผ่อนทั้งหลาย หรือในบางกรณีเกิดความจำเป็นในการใช้เงินสดเร่งด่วน เช่น เกิดอุบัติเหตุ รถเสีย รั้วบ้านพัง เป็นต้น เมื่อเราไม่มีการวางแผนให้มีกองเงินสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเหล่านี้ เราก็สามารถเป็นหนี้ได้ง่าย ๆ เช่นกัน

ข้อที่ 3 ขาดเป้าหมายในการจัดการเงินที่ดี หากเราไม่วางแผนเพื่อจัดการเงินที่ดี ย่อมขาดเป้าหมายหรือวิธีการที่ดีในการจัดการเงิน ก่อให้เกิดปัญหาทำให้ไม่สามารถเก็บเงินได้ตามเป้าหมายที่กำหนด หรือไม่เกิดวินัยในการจัดการทางการเงิน ขาดความสม่ำเสมอจนนำมาซึ่งความล้มเหลวในการจัดการทางการเงิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรายังขาดวินัยทางการเงินที่ดี ทำให้เราไม่สามารถกำหนดเป้าหมายในการจัดการทางการเงินได้

ข้อที่ 4 มีโอกาสหลงทางกับการจัดการทางการเงินได้ ๆ บางครั้งเราอาจคิดว่าการซื้อของถูก ของแถมคือการประหยัดเงินวิธีหนึ่ง แต่หากเราทำได้ขาดการวางแผนที่ดี บางครั้งของถูกหรือของแถมก็กลายเป็นของส่วนเกินที่ทำให้การออมเงินของเราไม่ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

การวางแผนทางการเงินสามารถเริ่มต้นได้อย่างไร

ขั้นแรก มนุษย์เงินเดือนควรทำบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อให้ทราบว่าแต่ละเดือนมีรายรับและค่าใช้จ่ายในเรื่องใดบ้าง ไม่จำเป็นต้องทำอย่างละเอียดทุกวัน แต่ควรทำเป็นรายละเอียดในภาพรวมว่าแต่ละเดือน เงินเดือนของเราหมดไปกับเรื่องอะไรบ้าง เพื่อให้ง่ายกับการตรวจสอบอาจแบ่งหมวดรายจ่ายเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พักอาศัย ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่ากินเลี้ยงสังสรรค์ ค่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เป็นต้น เพื่อตรวจสอบและทำให้รู้ว่าเดือนหนึ่งเงินเดือนของเราหมดไปกับเรื่องใดบ้าง และมีความจำเป็นแค่ไหน

ขั้นที่ 2 เมื่อได้รายจ่ายที่ใช้ในแต่ละเดือนแล้ว เราต้องมาจัดลำดับความสำคัญของรายจ่ายนั้น ๆ ขั้นตอนนี้จะช่วยให้เรารู้ตัวว่าสามารถประหยัดหรือลดรายจ่ายในส่วนใดลงได้อีกบ้าง เช่น เงินเดือน 15,000 บาท แต่กลับใช้ในการกินไปถึงวันและ 300 บาท โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ขึ้นสูงถึง 500 บาท เท่ากับเดือน ๆ หนึ่ง เราใช้จ่ายกับเรื่องกินไปอย่างเดียวถึง 10,600 บาท หรือกว่า 70% ของเงินเดือนทั้งหมด เมื่อรู้รายละเอียดอย่างนี้แล้วเราก็จะได้รู้ว่าเราใช้จ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากเกินตัวไปหรือไม่ และมีวิธีในการลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้อย่างไรบ้าง

ขั้นที่ 3 กำหนดแนวทางหรือวิธีในการลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ ลง เช่น ค่าอาหาร หากบริเวณที่ทำงานแพง อาจต้องพิจารณานำอาหารจากที่บ้านไปทานแทน หรือเลือกร้านที่ราคาไม่แพงมากนักมารับประทานแทน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด อาจลดการออกไปเที่ยว หรือลองทำอาหารเพื่อรับประทานเองที่บ้านดู หากเรากำหนดแนวทางการลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินต่าง ๆ นี้ ลงได้แล้ว เราจะเห็นโอกาสในการเกิดเงินออมของเราได้

ขั้นที่ 4 กำหนดเป้าหมายในการออม การออมเงินที่ดีควรแบ่งเงินที่เราต้องการออมออกเป็น 2 ส่วน มากน้อยขึ้นอยู่กับผู้ออมว่าเห็นความสำคัญกับเงินส่วนใดมากกว่ากัน โดยเงินสองส่วนนี้ ได้แก่

ส่วนที่ 1 เงินออมแท้ ๆ เป็นเงินออมที่เราจะไม่นำมาใช้เลย แต่จะหาทางให้มันเพิ่มพูนมากขึ้น หรืออย่างที่เรียกว่าปล่อยให้เงินทำงาน โดยวิธีในการให้เงินทำงานอาจทำได้หลายวิธี เช่น การฝากบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนสูง การซื้อกองทุนหรือการเล่นหุ้น เป็นต้น

ส่วนที่ 2 เป็นเงินเก็บเผื่อใช้ในเหตุการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ซึ่งเงินในส่วนนี้ควรอยู่ในสถานะที่พร้อมนำมาใช้งานได้เสมอ โดยอาจแยกจากบัญชีรายจ่ายปกติ เพื่อให้เราสามารถเห็นยอดเงินได้ชัดเจน หรืออาจนำไปลงทุนในรูปแบบของการประกันสุขภาพ หรือประกันอุบัติเหตุก็ได้ เพียงแต่หากเรานำไปฝากในรูปแบบของการประกันแล้ว หากเกิดเหตุฉุกเฉินในรูปแบบอื่น ๆ นอกเหนือจากการคุ้มครองของประกันแล้ว เราก็อาจประสบปัญหากับรายจ่ายที่เกิดขึ้นได้

ขั้นที่ 5 การพิจารณากลับไปที่รายรับว่าเหมาะสมและเพียงพอกับแผนที่เราได้กำหนดไปแล้วหรือไม่ หากเราลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ลงแล้ว แต่ก็ทำได้เพียงมีเงินใช้แค่พอเดือนชนเดือนเท่านั้น แสดงว่ารายรับของเรามีไม่เพียงพอกับรายจ่าย ซึ่งมนุษย์เงินเดือนสามารถแก้ไขได้อย่างแรก คือ การหารายได้เสริม หรือเสริมสร้างความรู้เพื่อนำเพิ่มโอกาสในการขึ้นเงินเดือนได้ต่อไป เป็นต้น

ขั้นที่ 6 ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือ การสร้างนิสัยวินัยทางการเงิน ซึ่งขั้นตอนสุดท้ายนี้ถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของแผนทางการเงินที่เราได้ดำเนินไปแล้วทั้งหมด หากเราไม่มีวินัยหลงละเมอไปกับคำโฆษณาเชิญชวนต่าง ๆ จนทำให้ไม่สามารถเหลือเงินไว้เก็บออมได้ เราก็ไม่สามารถดำเนินการตามแผนทางการเงินที่เราวางเอาไว้ได้เช่นกัน

หากใครยังไม่เห็นภาพ หรืออยากได้รายละเอียดเพื่อนำไปใช้กำหนดและจัดการกับแผนทางการเงิน ในที่นี้จะขอแนะนำ

หนังสือที่มีประโยชน์กับการวางแผนทางการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน ดังนี้

เล่มที่ 1 หนังสือเก่าแก่ ตีพิมพ์ออกมาหลายปีแล้ว แต่ยังมีความคลาสสิคและสามารถปรับใช้ได้จนถึงสถาณการณ์ปัจจุบัน คือหนังสือที่ชื่อว่าพ่อรวยสอนลูกรวย ซึ่งเขียนโดย Robert T. Kiyosaki เป็นหนังสือที่สอนให้เราเห็นถึงคุณค่าทางการเงิน รวมถึงช่วยแนะนำแนวทางในการจัดการให้เห็นอนาคตทางการเงินได้อีกด้วย ซึ่งรายละเอียดในหนังสือผู้เขียนได้นำมาจากประสบการณ์ที่เขาเคยประสบ และถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่ทำความเข้าใจได้มายากนัก หากได้ลองอ่านแล้วจะพบเลยว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเรา หากคุณโรเบิร์ตสามารถทำได้ เราก็ย่อมสามารถทำได้เช่นกัน

เล่มที่ 2 การเงินการลงทุนเล่มนี้ง่ายดี เขียนโดย TactSchool หนังสือทางการเงินน้องใหม่ ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย มีการยกตัวอย่างเหตุการณ์หรือวิธีการคิดต่าง ๆ มาประกอบ ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นความสำคัญของการมีเงินออม และวิธีการออมเงินเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการควรทำอย่างไรบ้าง รวมถึงวิธีการคัดเลือกเพื่อกำหนดแนวทางในการออมเงินได้อีกด้วย บางครั้งรายได้ที่ดีก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเรามีความพร้อมสำหรับการจัดการทางการเงินแล้ว

เล่มที่ 3 เพิ่มรายได้หลายกระเป๋า เขียนโดย อมิตา อริยอัชฌา เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเงินการลงทุนอีกเล่มที่ขายดี และมีการตีพิมพ์ใหม่หลายครั้งแล้ว ผู้เขียนเขียนเนื้อหาได้เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนจนยากเกินทำความเข้าใจ เป็นหนังสือที่จะช่วยอธิบายให้รู้ว่าคุณสามารถหาแหล่งรายได้เพิ่มเติมมากจากสิ่งใดบ้าง และเหตุใดจึงควรแบ่งเงินออกเป็นหลายกองหลายส่วน และเหนืออื่นใดหนังสือเล่มนี้จะช่วยกระตุ้นให้คุณเห็นศักยภาพของตัวคุณเอง และคุณจะเข้าใจว่าเราสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างไรบ้าง สิ่งที่เราคิดว่าเป็นข้อจำกัดในการจัดการทางการเงินนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ หรือนั้นเป็นเพียงสิ่งที่คุณตีกรอบความคิดของตัวเองเอาไว้เท่านั้น

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ หวังว่าคงทำให้เห็นข้อดีของการวางแผนทางการเงินกันบ้างแล้ว และเห็นความสำคัญที่เราต้องดำเนินการเสียแต่ยังเนิ่น ๆ และต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ดีความพอดีก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินกิจกรรมทุกอย่าง อย่าโหมงานหรือฝืนตัวเองเพื่อสร้างรายได้มากเกินไปจนร่างกายทรุดโทรม มิฉะนั้นจากการสร้างรายได้เพื่อฐานะทางการเงินที่มั่นคงของตนเอง อาจกลายเป็นสร้างรายได้เพื่อให้หมอร่ำรวยแทนก็เป็นได้ เมื่อโรคร้ายต่างรุมเร้าและถามหา หรือชีวิตนี้ตกอยู่แต่ในภาวะตึงเครียดเพราะตั้งเป้าหมายทางการเงินที่สูงเกินตัว

การวางแผนทางการเงินที่ดี ควรมีการออมเงินเพื่อนำมาใช้เพื่อความบันเทิงหรือใช้เพื่อผ่อนคลายความเครียดของเราด้วย เช่น กำหนดยอดการออมเพื่อใช้ในการท่องเที่ยว หากยอดเงินไม่สูงก็นำไปใช้เที่ยวภายในประเทศ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ต้องใช้เงินสูงมากนัก เพื่อเป็นการผ่อนคลายและให้รางวัลกับชีวิตบ้าง การใช้เงินให้เป็นสามารถนำเงินมาใช้สร้างความสุขให้ตนเอง ก็มีความสำคัญพอ ๆ กับการสร้างเงินเพื่อสร้างฐานะให้กับตนเองเช่นกัน

สุดท้ายขอเน้นย้ำว่าวินัยทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำให้แผนทางการเงินของเราประสบความสำเร็จ อย่าหลงไหลไปกับสิ่งเร้าต่าง ๆ ง่ายเกินไป ลดความอยากมีอยากได้ลงด้วยการประมาณตนเอง และอย่ากดดันตนเองมากจนเกินไป กลายเป็นความตึงเครียดจนชีวิตไร้สุข ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพกายและใจของเราเองได้